การเรียนในวัยเตรียมอนุบาลจำเป็นหรือไม่

การเรียนในวัยเตรียมอนุบาล

ปัจจุบันนี้อายุของผู้ที่เข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทยมีอายุที่ต่ำมากเมื่อเทียบจาก 20 ปีก่อน โดยเด็กมีการเข้าเรียนในระบบตั้งแต่อายุ 2-3 ขวบ ซึ่งถือว่าเป็นอายุที่น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น การที่หน่วยงานทั้งรัฐบาลและเอกชนมีการเปิดรับนักเรียนที่มีอายุตั้งแต่สองขวบขึ้นไปเข้าสู่ระบบการศึกษาก็เพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัวและหวังที่จะสร้างบุคคลากรที่มีคุณภาพในอนาคต

เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ครอบครัวต้องดิ้นรนทำมาหากิน บางครั้งพ่อและแม่ต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงปากท้อง ไม่สามารถอยู่บ้านเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้ตลอดเวลาหรือการที่สังคมไทยกลายเป็นครอบครัวเชิงเดี่ยวที่อยู่กันแบบพ่อแม่ลูก ไม่มีปู่ย่าตายายหรือญาติผู้ใหญ่ที่มีเวลาว่างพอที่จะอยู่บ้านเลี้ยงดูบุตรของตนได้ หรือถึงแม้จะมีญาติผู้ใหญ่อยู่ด้วย แต่ก็มีอายุมากทำให้ไม่สามารถดูแลบุตรได้ตลอดเวลา การนำบุตรหลานเข้าเรียนในหลังสูตรก่อนวัยเรียนหรือศูนย์เด็กเล็กจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตรหลานของตนได้เป็นอย่างดี ทั้ง ๆ ที่เด็กนั้นไม่มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจในการเข้าเรียนแม้แต่น้อย

เนื่องจากร่างกายในเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปีเป็นวัยที่ยังไม่เหมาะสมกับการเข้าโรงเรียนอย่างมาก เนื่องจากเด็กในวัยนี้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีการเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์เต็มที่ โดยจะเห็นได้จากเด็กในวัยนี้จะป่วยง่ายกว่าเด็กที่มีอายุมากกว่า 5 ปี ซึ่งเด็กจะสามารถติดเชื้อจากผู้อื่นได้ง่าย ดังนั้นเมื่อในห้องมีเด็กป่วยเพียงคนเดียว หลังจากนั้นไม่กี่วันเด็กทั้งห้องจะมีอาการป่วยเช่นเดียวกัน เด็กเล็กจึงมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคระบาดได้

สำหรับด้านจิตใจ เด็กในวัยนี้จะมีความมั่นคงทางด้านจิตใจที่น้อยมาก หรือบางครั้งแทบไม่มีความมั่นใจในตนเองเลยแม้แต่น้อย ทำให้เมื่อต้องอยู่ห่างจากบุคคลที่รักและไว้วางใจจะทำให้เกิดความหวาดระแวงหวาดวิตกไปต่างต่างนานา ซึ่งเด็กจะมีการแสดงออกในรูปแบบที่ต่างกัน บางคนร้องไห้ไม่ยอมไปโรงเรียน บางคนไม่ยอมกินข้าวหรือบางคนไม่อยากไปโรงเรียนด้วยการกระตุ้นให้ตนเองป่วยเป็นไข้ตัวร้อนหรือปวดท้องก็มี เนื่องจากอยากอยู่บ้านไม่อยากไปโรงเรียน

จะเห็นว่าการเรียนในวัยอนุบาลหรือก่อนวัยเรียนไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นผู้ปกครองสามารถที่จะทำการเลี้ยงดูบุตรของตนจนถึงวัยเรียนหรือมีอายุอย่างน้อย 5 ปีจึงให้เข้าสู่ระบบการศึกษาก็ยังไม่สายเกินไป เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่สมบูรณ์ของลูกในอนาคต